Recent Posts

Posts RSS

ประกันสังคมคืออะไร

ประกันสังคมคืออะไร

เจตนารมณ์ของกฎหมายประกันสังคม กฎหมายประกันสังคมมีเจตนารมณ์ที่จะให้หลัก ประกันแก่ลูกจ้างและบุคคลอื่นซึ่งประสบอันตราย เจ็บป่วยทุพพลภาพ ตาย อันมิใช่เนื่องจากการทำ งาน รวมทั้งกรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และสำหรับ กรณีว่างงาน ซึ่งให้ หลักประกันเฉพาะลูกจ้าง และยังให้หลักประกัน แก่ลูกจ้างในระหว่างการปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง โดยคุ้มครองการประสบอันตราย หรือการเจ็บป่วย ที่มีสาเหตุเนื่องมาจากการทำงาน รวมถึงการสูญ เสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และตาย หรือสูญหาย อัน เนื่องมาจากการทำงานให้แก่นายจ้างอีกด้วย

ครั้งแรก สำนักงานประกันสังคมกำหนดให้ความคุ้มครองลูกจ้างในสถานประกอบการ ที่มีลูกจ้างจำนวนตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป ส่วนผู้ประกอบการอาชีพอิสระที่ประสงค์จะประกันตนเองโดยความสมัครใจ สำนักงานประกันสังคมก็ได้เปิดโอกาสให้ทำได้ใน พ.ศ. 2537 ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2545 ได้ขยายความคุ้มครองไปถึงนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ซึ่งเป็นการขยายความคุ้มครองที่มีผลทำให้ลูกจ้างของนายจ้างขนาดเล็กได้รับการดูแล และมีหลักประกันความมั่นคงเช่นเดียวกับูกจ้างในสถานประกอบการขนาดใหญ่ ยังส่งผลให้คุณภาพชีวิตของลูกจ้างอยู่ในระดับมาตรฐานที่ดีขึ้น

ในปัจจุบัน ผู้ประกันตนสามารถไปรับการรักษาจากสถานพยาบาลใดๆก็ได้ภายใน 72 ชั่วโมง แล้วนำมาเบิกกับสำนักงานประกันสังคมได้ตามที่จ่ายจริง ในกรณีที่รับบริการจากสถานพยาบาลของรัฐ ส่วนสถานพยาบาลเอกชนเบิกได้ตามค่าใช้จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนด

นอกจากนี้สำนักงานประกันสังคม ยังได้ขยายวงเงิน สำหรับ การรักษาพยายบาลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เช่น
กรณีที่ใช้เคมีกำบัดและหรือรังสีรักษาในผู้ป่วยโรคมะเร็ง รายละไม่เกิน 30,000 บาท
กรณีรักษาโรคลิ้นหัวใจโดยใช้สายบอลลูนผ่านทางผิวหนัง รายละไม่เกิน 20,000 บาท
การถอนฟัน อุดฟัน และการขูดหินปูน
การปลูกถ่ายไขกระดูก การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

เมื่อผู้ประกันตนได้รับเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคมให้บริการรับประโยชน์ทดแทน ทั้งมารับด้วยตนเอง ที่สำนักงานประกันสังคมที่ตนขึ้นทะเบียนไว้ หรือสำนักงานประกันสังคมสั่งจ่ายทางธนาณัติหรือจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สำหรับผู้ประกันตนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยใช้พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่นักศึกษาจะต้องทำความเข้าใจสาระสำคัญของพระราชบัญญัติประกันสังคมฉบับนี้
ส่วนรายละเอียดในทางปฏิบัติ ให้สอบถามได้ที่สำนักงานประกันสังคมในจังหวัดของท่าน หรือศึกษา จากพระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับที่จัดทำโดยกองนิติกร สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงงานและสวัสดิการสังคม


กรณีผู้ประกันตนหรือเรียกกันดดยทั่งไปว่าลูกจ้างจะเป็นผู้ประกันตนหรือลูกจ้างถูกต้องตามพระราชบัญญัติประกันสังคม จะต้องมีอายุเท่าไร
มาตรา 33 บัญญัติว่า ให้ลูกจ้างซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบูรณ์และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์เป็นผู้ประกันตน ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนอยู่แล้วตามวรรคหนึ่ง เมื่อมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และยังเป็นลูฏจ้างของนายจ้างซึ่งอยู่ภ่ยใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าลูกจ้างนั้นเป็นผู้ประกันตนต่อไป


มาตรา 38 บัญญัติว่า
ความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 สิ้นสุดลงเมื่อผู้ประกันตนนั้น
(1) ตาย
(2) สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง

การที่ผู้ประกันตนจะได้รับประโยชน์ทดแทนนั้น ทั้งผู้ประกันตนรัฐบาลและนายจ้างจะต้องออกเงินสมทบตามมาตรา 46 “ให้รัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีคลอดบุตร ฝ่ายละเท่ากันตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินอัตราเงินสมท้ายพระราชบัญญัติดังนี้ ให้รัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณี สงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงแต่ต้องไม่เกินอัตราเงินสมทบพระราชบัญญัตินี้

0 ความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม